[FMR] Before Bed Time AMULET
posted on 22 Sep 2009 00:02 by eriz in Fic
Fandom : Fake Moon Rising
Author : D_Eriz
Pairing : จักร x เหยี่ยว
Rate : PG
Summary : หากจะนอนหลับให้ฝันดี.......บางทีเครื่องรางอาจจะช่วยได้....
ยามค่ำคืนอันแสนเงียบเหงา ภายในคฤหาสถ์หลังงามยังมีลมเย็นโชยอ่อนๆอวลกลิ่นหอมของบุปผาประดับทาง ค่ำคืนดึกสงัดที่ไร้ซึ่งเสียงใดรบกวนความวิเวกชวนให้นิทรา แต่เจ้าของคฤหาสน์ผู้นั้น.....
.......ยังลืมตาตื่นอยู่เลย
"ดึกขนาดนี้แล้ว ยังไม่นอนอีกหรือครับ?" เสียงนุ่มเอ่ยถามจากเงาร่างสีขาวที่หลบอยู่ในหลืบของผ้าม่านสีดำข้างหน้าต่างบานใหญ่ นัยน์ตาสีขาวเจือฟ้าไร้แววทอดไปยังร่างของชายหนุ่มผมสีน้ำตาลที่นอนกางแขนอยู่บนเตียง เรียกให้นัยน์ตาสีเลือดเหลือบไปมอง
"กลางคืนมันหนาว....ข้าไม่อยากนอนนี่" น้ำเสียงเล่นๆ พร้อมรอยยิ้มเผล่ที่ส่งกลับมาเป็นคำตอบที่ไม่เชิงจะตอบสักเท่าไรนัก
"ตาของท่าน มันไม่ได้ตอบมาอย่างนั้นเลยนะครับ"แววของดวงตาสีแดงราวกับเลือด ที่ดูอย่างไรก็ไม่มีแววของความสุข
เพราะไม่มีคืนใด...ที่ท่านได้หลับอย่างเป็นสุข...
และเพราะเป็นเช่นนั้น ท่านจึงไม่ค่อยอยากจะถลำลงสู่ห้วงนิทราสักเท่าไหร่...
.....เรื่องนั้น ตัวข้าเองก็รู้ดี....
"หากท่านไม่หลับ พรุ่งนี้จะเหนื่อยง่ายนะครับ" เสียงที่เอ่ยเรื่อยๆ คล้ายกับเป็นห่วง แต่น้ำเสียงนั้นแสนราบเรียบ
"ถ้าข้าทำงานไม่ไหว ยังไงเดี๋ยวเจ้าก็ทำให้ข้าอยู่ดีแหละน่า~" หยีตาราวกับเด็กน้อยอ้อนผู้ใหญ่ "เจ้าไม่ปล่อยให้งานข้ารวนหรอก ถูกมั้ยเอ่ย?"
"ต่อให้ท่านไปไม่ไหว ข้าก็จะลากท่านไปทำครับ" น้ำเสียงไร้อารมณ์ราบเรียบเอ่ยตอบกลับมา เรียกรอยยิ้มอ่อนๆของผู้ฟัง อดแอบนึกในใจไม่ได้ แต่บางที ข้าก็อยากลองฟังเสียงแหวหรือรอยยิ้มอายๆของเจ้าบ้างน้า.....
"อย่าคิดอะไรเหลวไหลไร้สาระได้มั้ยครับ" เสียงดุๆถูกส่งมา พร้อมกับนัยน์ตาที่เบือนออกจากใบหน้าของคนที่นอนอยู่
"อะไรกัน ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลยนา....." ว่าพลางแกล้งเบะปาก "เหยี่ยวของข้าใจร้ายที่สุดเลย...."
"ท่านยังไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าท่านมันฟ้องมาหมดแล้วครับ" เอ่ยพลางทอดถอนหายใจ.....นับวันยิ่งทำตัวเด็กเอาๆ
"ขอจับมือได้มั้ย? เหยี่ยว...." จักรพรรดิแสร้งทำเป็นไม่สนใจคำต่อว่า ทั้งยังคว้ามีคนอื่นมากุมไว้หน้าตาเฉย "เย็น...." จับแล้วยังมาวิจารณ์อีก.....
"ข้ายังไม่ได้อนุญาตท่านเลยนะครับ...." เหยี่ยวสีขาวเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม "แล้วในเมื่อบ่นหนาวแล้วจะจับไปทำไมครับ"
"อยากจับ.....แค่นั้นแหละ" ชายหนุ่มเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ ใบหน้าคมซุกลงกับมือที่เย็นพอๆกับอากาศยามค่ำคืน
มือของเจ้ามันเย็นก็จริง.....แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ข้าอุ่น...
เพราะเป็นมือของเจ้า....
มือของเหยี่ยวของข้า........
"ขอจับปีกหน่อย.....ได้มั้ย....?" เอ่ยถามออกไปอีกครั้ง แต่คำตอบที่ได้รับกลับมีเพียงความเงียบ และปีกสีขาวคู่หนึ่งที่สะบัดออกมาให้ยล พร้อมกับผู้เป็นเจ้าของที่เดินไปคุกเข่าอยู่ข้างเตียง สะบัดปีกนุ่มคลุมร่างอีกฝ่ายไว้อย่างอ่อนโยน
"ข้าชอบปีกของเจ้าจริงๆนะ มันนิ่มสุดๆเลยล่ะ ขอกอดนอนไว้อย่างนี้มั้ยเนี่ย" ไม่ว่าเปล่า ยังซุกใบหน้าลงกับปีกที่นุ่มราวสำลีอ่อนให้ผู้เป็นเจ้าของต้องถอนหายใจอีกไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ของคืนนี้
"ที่จริงปีกท่านเองก็มีนี่ครับ...จะมาเล่นปีกข้าไปเพื่ออะไรกัน" เจ้าของนัยน์ตาสีอ่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย แต่สีหน้าที่ซ่อนไว้ลึกๆเองกลับบฉายแววดีใจอย่างเห็นได้ชัด
"ก็ข้าชอบปีกเจ้ามากกว่านี่!!" แล้วก็ซุกหน้าลงไปมากยิ่งกว่าเดิม
ลมเย็นๆยังคงพัดโชยผ่านไป บรรยากาศยามค่ำคืนยังคงสงบเงียบดังเช่นทุกราตรีที่ผ่านไป
สองบุคคลยังคงอยู่เคียงข้างกันเช่นนั้น ผ่านราตรีอันยาวนาน....
"เจ้าเคยได้ยินเรื่องเครื่องรางมั้ย?" จู่ๆชายหนุ่มที่นอนอยู่ก็เอ่ยขึ้นขัดความสงัด นัยน์ตาสีแดงสดมองเหม่อไปยังเพดานสีดำสนิทหาได้จับจ้องไปยังคู่สนทนาไม่
"หมายถึงวัตถุที่พวกมนุษย์ได้ทำพิธีที่คิดว่าปลุกเสกใส่ แล้วจะนำโชครางหรือคุ้มครองผู้ที่ครองได้น่ะหรือครับ" เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท เช่นเคย ทำเพียงเหลือบสายตามองคนที่เอ่ยคำถามแปลกๆออกมา "ข้ารู้จักครับ"
"นั่นแหละ....ข้าถามถึงเรื่องราวน่ะ เจ้าเคยได้ยินตำนานของมันบ้างหรือเปล่า ?" เบนสายตามาสบกับดวงเนตรนิ่งเฉย น้ำเสียงแผ่วแหบพร่าเอ่ยย้ำคำถามอีกครั้ง
"ก็เคยได้ยินมาแค่ว่า มันไม่ได้มีเวทมนตร์อะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่ช่วยชักจูงจิตใจที่ไขว้เขวให้มีที่ยึดมั่นเท่านั้นเองครับ ที่จริงมันก็มีไว้เพื่อเป็นกำลังใจให้คนที่จิตใจกำลังอ่อนแอ ประมาณนั้นน่าจะได้ครับ" เหยี่ยวขาวขมวดคิ้วเล็กน้อย "ท่านเกิดสนใจอะไรขึ้นมาหรือไงครับ"
"เปล่าหรอก....." หลุบสายตาลงมองปลายเท้าของตนพลางพึมพำ "งั้นตัวข้าเองก็กำลังอ่อนแออยู่งั้นสินะ..."
เสียงพึมพำเพียงแผ่วเบานั้นเรียกนัยน์ตาสีขาวให้เหลือบมอง แววตาที่เหลือบไปยังผู้เป็นนายฉายแววอ่อนใจก่อนจะขยับกายเข้าใกล้ ดึงรั้งปีกของตนให้แนบกายอีกฝ่ายมากขึ้น
จักรพรรดิแห่งกาลเวลาเบนสายตาของตนไปยังข้างกาย มือกร้านรั้งร่างสีขาวนั้นเข้ามาใกล้แล้วโอบกอดไว้ แอบเหลือบดวงตามองสีหน้าตาใจเล็กนั้นไว้แล้วอมยิ้ม
"ปล่อยข้าครับ" น้ำเสียงของเหยี่ยวหนุ่มยังคงราบเรียบเช่นเคย แม้แรงที่ดันแขนของอีกฝ่ายจะมากจนน่าตกใจ
"น่าาาา อย่าใจร้ายกันนักเลย" เอ่ยเสียงอ้อนแล้วออกแรงมากขึ้นกว่าเดิม "ขอข้ากอดไว้แบบนี้เถอะนะ~" แต่ไร้ผล เหยี่ยวขาวยังคงรั้งตัวออกอยู่ดี
"ขอข้าอยู่แบบนี้....เถอะนะ........แค่สักพักก็ยังดี" น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นเศร้าสลดโดยไม่ทันตั้งตัว ทำชายหนุ่มแอบตกใจไปเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นสีหน้าเด็กๆของอีกฝ่าย
"อย่างไรท่านก็ดึงข้าไว้อยู่แล้วนี่ครับ" ถึงจะพูดออกไปเช่นนั้น แต่แรงผลักเมื่อครู่ก็ไม่มีอีกแล้ว
"เหยี่ยวนี่...ใจดีจังน้า~!" เปลี่ยนน้ำเสียงกลับมาอ้อนทันควัน
"ก็บอกแล้วไงครับ! ว่าเป็นเพราะท่านดึงข้าอยู่ต่างหาก!!" เบือนหน้าหนีไปอีกทางอย่างพยายามซ่อนสีหน้าที่ไม่ค่อยจะปรากฏของตน
"แต่ข้าก็บอกแล้วไง....ว่าเจ้าน่ะ ใจดี" อย่างน้อยก็...กับข้า..ล่ะนะ "เจ้าไม่อยากให้ข้านอนหลับฝันดีเหรอไง?" อมยิ้มนิดๆแล้วหลับตาลงเข้าสู่ห้วงนิทรา หูแว่วเสียงเถียงของอีกฝ่ายที่ทำให้เขาอารมณ์ดี
ข้าบอกเจ้าแล้ว....เหยี่ยวของข้าเอ๋ย
ว่าตัวข้านั้นเองเป็นคนอ่อนแอ....ยังเป็นเพียงบุคคลที่แสนอ่อนแอคนหนึ่ง
เครื่องรางที่ตัวข้าถามถึงเจ้านั้น เป็นเพราะมันคือที่พึ่งของข้า
เป็นที่พึ่งทางใจที่ข้าพยายามเกาะเกี่ยวไว้จนสุดความสามารถ
พึ่งพามันมากมายเหลือเกิน มากเสียจนข้ายังอดแปลกใจตนเองไมได้
แม้กระทั่งการนิทราอันน่าจะง่ายดาย ข้ากลับไม่อาจทำได้ถ้าขาดมัน
เครื่องรางนั้นมีมากมายหลากหลายประเภท
เพราะมันให้ผลที่แตกต่างกันในความหมาย
เครื่องรางที่กล่อมให้ฝันดีก่อนเข้านอน
เครื่องรางของข้านั้น...จะทำให้ตัวข้าได้นอนหลับ
ได้พักผ่อนอย่างสงบ.....ทำให้ข้าได้นอนหลับในห้วงฝันที่เป็นสุข
โอบกอดเครื่องรางนั้นไว้ ให้รู้สึกอบอุ่นและวางใจแม้มันจะเย็นเฉียบ
ฝังใบหน้าลงกับเครื่องรางที่แสนเฉยชา แต่ช่างแสนอ่อนโยน
โอบกอดเครื่องรางของข้าไว้ ให้เข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนหวาน
เพียงแต่เจ้าเคยรู้ตัวหรือเปล่า ว่าตัวเจ้าเองนั้นมีอิทธิพลกับข้ามากแค่ไหน
เครื่องรางของข้า
เหยี่ยวสีขาวแห่งจักรพรรดิ
ผล. เหยีย่วน่ารัก
#1 By mizato (125.27.45.73) on 2009-09-22 00:15