Fic

[FMR] Before Bed Time AMULET

posted on 22 Sep 2009 00:02 by eriz  in Fic
Title : Before Bed Time AMULET

Fandom : Fake Moon Rising
Author : D_Eriz
Pairing : จักร x เหยี่ยว

Rate : PG
Summary : หากจะนอนหลับให้ฝันดี.......บางทีเครื่องรางอาจจะช่วยได้....

 

 

 

 

ยามค่ำคืนอันแสนเงียบเหงา ภายในคฤหาสถ์หลังงามยังมีลมเย็นโชยอ่อนๆอวลกลิ่นหอมของบุปผาประดับทาง ค่ำคืนดึกสงัดที่ไร้ซึ่งเสียงใดรบกวนความวิเวกชวนให้นิทรา แต่เจ้าของคฤหาสน์ผู้นั้น.....

 

.......ยังลืมตาตื่นอยู่เลย

 

 

"ดึกขนาดนี้แล้ว ยังไม่นอนอีกหรือครับ?" เสียงนุ่มเอ่ยถามจากเงาร่างสีขาวที่หลบอยู่ในหลืบของผ้าม่านสีดำข้างหน้าต่างบานใหญ่ นัยน์ตาสีขาวเจือฟ้าไร้แววทอดไปยังร่างของชายหนุ่มผมสีน้ำตาลที่นอนกางแขนอยู่บนเตียง เรียกให้นัยน์ตาสีเลือดเหลือบไปมอง

 

"กลางคืนมันหนาว....ข้าไม่อยากนอนนี่" น้ำเสียงเล่นๆ พร้อมรอยยิ้มเผล่ที่ส่งกลับมาเป็นคำตอบที่ไม่เชิงจะตอบสักเท่าไรนัก

 

"ตาของท่าน มันไม่ได้ตอบมาอย่างนั้นเลยนะครับ"แววของดวงตาสีแดงราวกับเลือด ที่ดูอย่างไรก็ไม่มีแววของความสุข

 

เพราะไม่มีคืนใด...ที่ท่านได้หลับอย่างเป็นสุข...

และเพราะเป็นเช่นนั้น ท่านจึงไม่ค่อยอยากจะถลำลงสู่ห้วงนิทราสักเท่าไหร่...

 

.....เรื่องนั้น ตัวข้าเองก็รู้ดี....

 

 

"หากท่านไม่หลับ พรุ่งนี้จะเหนื่อยง่ายนะครับ" เสียงที่เอ่ยเรื่อยๆ คล้ายกับเป็นห่วง แต่น้ำเสียงนั้นแสนราบเรียบ

 

"ถ้าข้าทำงานไม่ไหว ยังไงเดี๋ยวเจ้าก็ทำให้ข้าอยู่ดีแหละน่า~" หยีตาราวกับเด็กน้อยอ้อนผู้ใหญ่ "เจ้าไม่ปล่อยให้งานข้ารวนหรอก ถูกมั้ยเอ่ย?"

 

"ต่อให้ท่านไปไม่ไหว ข้าก็จะลากท่านไปทำครับ" น้ำเสียงไร้อารมณ์ราบเรียบเอ่ยตอบกลับมา เรียกรอยยิ้มอ่อนๆของผู้ฟัง อดแอบนึกในใจไม่ได้  แต่บางที ข้าก็อยากลองฟังเสียงแหวหรือรอยยิ้มอายๆของเจ้าบ้างน้า.....

 

"อย่าคิดอะไรเหลวไหลไร้สาระได้มั้ยครับ" เสียงดุๆถูกส่งมา พร้อมกับนัยน์ตาที่เบือนออกจากใบหน้าของคนที่นอนอยู่

 

"อะไรกัน ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลยนา....." ว่าพลางแกล้งเบะปาก "เหยี่ยวของข้าใจร้ายที่สุดเลย...."

 

"ท่านยังไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าท่านมันฟ้องมาหมดแล้วครับ" เอ่ยพลางทอดถอนหายใจ.....นับวันยิ่งทำตัวเด็กเอาๆ

 

"ขอจับมือได้มั้ย? เหยี่ยว...." จักรพรรดิแสร้งทำเป็นไม่สนใจคำต่อว่า ทั้งยังคว้ามีคนอื่นมากุมไว้หน้าตาเฉย "เย็น...." จับแล้วยังมาวิจารณ์อีก.....

 

"ข้ายังไม่ได้อนุญาตท่านเลยนะครับ...." เหยี่ยวสีขาวเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม "แล้วในเมื่อบ่นหนาวแล้วจะจับไปทำไมครับ"

 

"อยากจับ.....แค่นั้นแหละ" ชายหนุ่มเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ ใบหน้าคมซุกลงกับมือที่เย็นพอๆกับอากาศยามค่ำคืน

 

มือของเจ้ามันเย็นก็จริง.....แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ข้าอุ่น...

 

เพราะเป็นมือของเจ้า....

มือของเหยี่ยวของข้า........

 

 

"ขอจับปีกหน่อย.....ได้มั้ย....?" เอ่ยถามออกไปอีกครั้ง แต่คำตอบที่ได้รับกลับมีเพียงความเงียบ และปีกสีขาวคู่หนึ่งที่สะบัดออกมาให้ยล พร้อมกับผู้เป็นเจ้าของที่เดินไปคุกเข่าอยู่ข้างเตียง สะบัดปีกนุ่มคลุมร่างอีกฝ่ายไว้อย่างอ่อนโยน

 

"ข้าชอบปีกของเจ้าจริงๆนะ มันนิ่มสุดๆเลยล่ะ ขอกอดนอนไว้อย่างนี้มั้ยเนี่ย" ไม่ว่าเปล่า ยังซุกใบหน้าลงกับปีกที่นุ่มราวสำลีอ่อนให้ผู้เป็นเจ้าของต้องถอนหายใจอีกไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ของคืนนี้

 

"ที่จริงปีกท่านเองก็มีนี่ครับ...จะมาเล่นปีกข้าไปเพื่ออะไรกัน" เจ้าของนัยน์ตาสีอ่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย แต่สีหน้าที่ซ่อนไว้ลึกๆเองกลับบฉายแววดีใจอย่างเห็นได้ชัด

 

"ก็ข้าชอบปีกเจ้ามากกว่านี่!!" แล้วก็ซุกหน้าลงไปมากยิ่งกว่าเดิม

 

 

 

ลมเย็นๆยังคงพัดโชยผ่านไป บรรยากาศยามค่ำคืนยังคงสงบเงียบดังเช่นทุกราตรีที่ผ่านไป

สองบุคคลยังคงอยู่เคียงข้างกันเช่นนั้น ผ่านราตรีอันยาวนาน....

 

 

 

"เจ้าเคยได้ยินเรื่องเครื่องรางมั้ย?" จู่ๆชายหนุ่มที่นอนอยู่ก็เอ่ยขึ้นขัดความสงัด นัยน์ตาสีแดงสดมองเหม่อไปยังเพดานสีดำสนิทหาได้จับจ้องไปยังคู่สนทนาไม่

 

"หมายถึงวัตถุที่พวกมนุษย์ได้ทำพิธีที่คิดว่าปลุกเสกใส่ แล้วจะนำโชครางหรือคุ้มครองผู้ที่ครองได้น่ะหรือครับ" เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท เช่นเคย ทำเพียงเหลือบสายตามองคนที่เอ่ยคำถามแปลกๆออกมา "ข้ารู้จักครับ"

 

"นั่นแหละ....ข้าถามถึงเรื่องราวน่ะ เจ้าเคยได้ยินตำนานของมันบ้างหรือเปล่า ?" เบนสายตามาสบกับดวงเนตรนิ่งเฉย น้ำเสียงแผ่วแหบพร่าเอ่ยย้ำคำถามอีกครั้ง

 

"ก็เคยได้ยินมาแค่ว่า มันไม่ได้มีเวทมนตร์อะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่ช่วยชักจูงจิตใจที่ไขว้เขวให้มีที่ยึดมั่นเท่านั้นเองครับ ที่จริงมันก็มีไว้เพื่อเป็นกำลังใจให้คนที่จิตใจกำลังอ่อนแอ ประมาณนั้นน่าจะได้ครับ" เหยี่ยวขาวขมวดคิ้วเล็กน้อย "ท่านเกิดสนใจอะไรขึ้นมาหรือไงครับ"

 

"เปล่าหรอก....." หลุบสายตาลงมองปลายเท้าของตนพลางพึมพำ "งั้นตัวข้าเองก็กำลังอ่อนแออยู่งั้นสินะ..."

 

เสียงพึมพำเพียงแผ่วเบานั้นเรียกนัยน์ตาสีขาวให้เหลือบมอง แววตาที่เหลือบไปยังผู้เป็นนายฉายแววอ่อนใจก่อนจะขยับกายเข้าใกล้ ดึงรั้งปีกของตนให้แนบกายอีกฝ่ายมากขึ้น

 

จักรพรรดิแห่งกาลเวลาเบนสายตาของตนไปยังข้างกาย มือกร้านรั้งร่างสีขาวนั้นเข้ามาใกล้แล้วโอบกอดไว้ แอบเหลือบดวงตามองสีหน้าตาใจเล็กนั้นไว้แล้วอมยิ้ม

 

"ปล่อยข้าครับ" น้ำเสียงของเหยี่ยวหนุ่มยังคงราบเรียบเช่นเคย แม้แรงที่ดันแขนของอีกฝ่ายจะมากจนน่าตกใจ

 

"น่าาาา อย่าใจร้ายกันนักเลย" เอ่ยเสียงอ้อนแล้วออกแรงมากขึ้นกว่าเดิม "ขอข้ากอดไว้แบบนี้เถอะนะ~" แต่ไร้ผล เหยี่ยวขาวยังคงรั้งตัวออกอยู่ดี

 

"ขอข้าอยู่แบบนี้....เถอะนะ........แค่สักพักก็ยังดี" น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นเศร้าสลดโดยไม่ทันตั้งตัว ทำชายหนุ่มแอบตกใจไปเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นสีหน้าเด็กๆของอีกฝ่าย

 

"อย่างไรท่านก็ดึงข้าไว้อยู่แล้วนี่ครับ" ถึงจะพูดออกไปเช่นนั้น แต่แรงผลักเมื่อครู่ก็ไม่มีอีกแล้ว

 

"เหยี่ยวนี่...ใจดีจังน้า~!" เปลี่ยนน้ำเสียงกลับมาอ้อนทันควัน

 

"ก็บอกแล้วไงครับ! ว่าเป็นเพราะท่านดึงข้าอยู่ต่างหาก!!" เบือนหน้าหนีไปอีกทางอย่างพยายามซ่อนสีหน้าที่ไม่ค่อยจะปรากฏของตน

 

"แต่ข้าก็บอกแล้วไง....ว่าเจ้าน่ะ ใจดี" อย่างน้อยก็...กับข้า..ล่ะนะ "เจ้าไม่อยากให้ข้านอนหลับฝันดีเหรอไง?" อมยิ้มนิดๆแล้วหลับตาลงเข้าสู่ห้วงนิทรา หูแว่วเสียงเถียงของอีกฝ่ายที่ทำให้เขาอารมณ์ดี

 

 

ข้าบอกเจ้าแล้ว....เหยี่ยวของข้าเอ๋ย

ว่าตัวข้านั้นเองเป็นคนอ่อนแอ....ยังเป็นเพียงบุคคลที่แสนอ่อนแอคนหนึ่ง

 

 

เครื่องรางที่ตัวข้าถามถึงเจ้านั้น เป็นเพราะมันคือที่พึ่งของข้า

เป็นที่พึ่งทางใจที่ข้าพยายามเกาะเกี่ยวไว้จนสุดความสามารถ

 

พึ่งพามันมากมายเหลือเกิน มากเสียจนข้ายังอดแปลกใจตนเองไมได้

แม้กระทั่งการนิทราอันน่าจะง่ายดาย ข้ากลับไม่อาจทำได้ถ้าขาดมัน

 

 

เครื่องรางนั้นมีมากมายหลากหลายประเภท

เพราะมันให้ผลที่แตกต่างกันในความหมาย

 

เครื่องรางที่กล่อมให้ฝันดีก่อนเข้านอน

เครื่องรางของข้านั้น...จะทำให้ตัวข้าได้นอนหลับ

ได้พักผ่อนอย่างสงบ.....ทำให้ข้าได้นอนหลับในห้วงฝันที่เป็นสุข

 

 

โอบกอดเครื่องรางนั้นไว้ ให้รู้สึกอบอุ่นและวางใจแม้มันจะเย็นเฉียบ

ฝังใบหน้าลงกับเครื่องรางที่แสนเฉยชา แต่ช่างแสนอ่อนโยน

 

โอบกอดเครื่องรางของข้าไว้ ให้เข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนหวาน

เพียงแต่เจ้าเคยรู้ตัวหรือเปล่า ว่าตัวเจ้าเองนั้นมีอิทธิพลกับข้ามากแค่ไหน

 

 

 

เครื่องรางของข้า

เหยี่ยวสีขาวแห่งจักรพรรดิ

 

 

 

 

[Ficlet] One Night.....Halloween <6927>

posted on 01 Nov 2008 02:11 by eriz  in Fic
   

ฟิคของพี่อายะ (ต้นเรื่องๆ)  http://ayafee.exteen.com/20081031/fic-halloween-psi-missing-6927

และต่อไปนี้ คือที่ริสเอามาต่อก่ะ....= =a

 

 

 

 

One Night.......Halloween

 

 

 

 

 

 

 

 

.....เพราะวันฮัลโลวีน.....คือวันปลดปล่อยปีศาจ.....

 

 

 

 

 

 

 

"แน่ใจหรือไม่ครับ..........ว่าคุณรักผม....จากใจจริง......" เสียงทุ้มดังแผ่วเบาข้างใบหู.....เสียงของนายฟัง เศร้า...?

 

 

"แน่ใจสิ ฉันรักนายจากใจจริงแน่นอน....." เสียงหวานเอ่ยอย่างหนักแน่น ก่อนจะแผ่วเบาลง "นาย.....เป็นอะไรหรือเปล่า?"

 

 

 

นัยน์ตาที่แสนอ่อนโยน....

นัยน์ตาที่คอยห่วงใย....

นัยน์ตาที่ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อมองผมคนเดียว....

ผม.....เกลียดมัน.....

 

 

 

 

 

เหล่าวิญญาณเร่ร่อนออกเริงระบำ

 

 

ตามหาเหยื่อตัวน้อยที่จะไปอยู่กับตน

 

 

 

 

 

 

.....คำพูดที่แสนสวยหรู

.....คำพูดที่ราวน้ำทิพย์ปลอบประโลมใจ

.....คำพูดที่เอ่ยเอื้อนกับทุกคน

.....ผม.....เกลียดมัน

 

 

 

 

 

 

 

หลอกล่อด้วยความปรารถนา

 

 

ล้อเล่นกับกิเลสที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน

 

 

 

 

 

"คุณ....เป็นของผม ใช่ไหมครับ......สึนะโยชิคุง...." พลั้งปากถามออกไปโดยไม่รู้ตัว.....ถึงตอนนี้ยังจะถามอะไรอีกกันนะ.......?

 

"นาย......พูดอะไรของนายกันน่ะ...." คิ้วเรียวขมวดมุ่น คืนนี้คือคืนที่วิญญาณชั่วร้ายปลดปล่อย หรือว่าจะได้รับผลกระทบจากดวงตาสีเลือดนั่น?

 

"คุณ........เป็นของผม...ใช่ไหมครับ........ของผมคนเดียวเท่านั้น.....หรือเปล่าครับ......?" เสียงทุ้มนั้นราบเรียบแต่กลับแฝงอารมณลึกซึ้ง............คุณ...เป็นของใครกัน?

 

" มุคุโร่ เป็นอะไรไปน่ะ วันนี้นายดูแปลกๆนะ" มือเล็กทาบหน้าผากอีกฝ่ายอย่างเป็นห่วง

 

 

 

 

ผมเกลียดท่าทางอ่อนโยนของคุณ

ผมเกลียดท่าทางจริงใจของคุณ

ผมเกลียดความที่คุณเป็นคุณ

 

 

 

 

 

 

หยอกล้อกับความเดียวดายอย่างรื่นเริง

 

 

เอ่ยปากถามนุษย์ผู้เง่าเขลานั้นอย่างสนุกสนาน

 

 

 

"เจ้าอยากได้ 'ความปรารถนา' อะไรหรือ"

 

"ข้าจะให้เป็นของขวัญ"

 

 

 

 

 

 

 

"คุณ.......ไม่ใช่ของผม เพียงคนเดียวสินะครับ....." นัยน์ตาสีแปลกปรือปิดลง สามง่ามที่ซ่อนไว้เบื้องหลังกายที่กอดขยับขึ้น คมวาวของโลหะสะท้อนแสงจันทร์เงินยวง

 

"............มุคุโร่ ?" แววตาของคุณ.....มันช่างไร้เดียงสา......

 

"คุณเป็นสมบัติของผมนะครับ..........ซาวาดะ สึนะโยชิ" กระซิบแผ่วเบา....ประทับไว้ในลมหายใจสุดท้ายของชีวิตผู้สดับฟัง....

 

 

คมมีดกดลึกลงกลางแผ่นหลังบาง กรีดกระชากเนื้อนุ่มให้แยกหลุด หยาดโลหิตสีชาดสาดกระจายเป็นวงกว้าง  กลิ่นหอมหวานของเลือดสดๆที่เคยคุ้น ความตายที่ลิ้มรสจากการฆ่าของตน...........เขาจะกลับมาเป็นตัวเอง....เหตุสุดท้ายที่เลือนหายไป......

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โลหิต

 

กลิ่นคาว

 

ความตาย

 

 

 

 

"นั่นคือของขวัญที่ข้ามอบให้เจ้า.....เดนมนุษย์ตัวน้อย"

 

 

 

 

 

 

 

-เสียงหัวเราะแผ่เบาดังสะท้อนในความมืดมิดของรัตติกาล-

 

-ปีศาจยังคงเที่ยวหาเหยื่อรายต่อไป-

 

 

.

.

 

.

 

 

-จนกว่าจะมีใครที่ทำให้ปีศาจไม่ใช่ปีศาจอีกต่อไป-

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-----------------------------------------------

เริ่มแรกก็ต้อง ฮัลโลวีนย้อนหลังสินะ = =a....

มันเป็นตอนต่อของฟิคพี่อายะที่ริสแต่งขึ้นเองอะงิ วะฮาา....

 

ไม่มีไรนอกจาก.......อยากกระซวกไส้!!

 

 

 

edit @ 1 Nov 2008 02:18:05 by D_Eriz

edit @ 1 Nov 2008 02:20:17 by D_Eriz

edit @ 8 Dec 2008 19:48:24 by D_Eriz

edit @ 8 Dec 2008 19:48:41 by D_Eriz

[SFic KHR] My Place(6927)

posted on 11 May 2008 23:21 by eriz  in Fic
My Place By: D_Eriz Sercrey
Fandom: Katekyo Hitman Reborn!
Pairing: Rokudo Mukuro x Sawada Tsunayoshi
Rate: ……….I don’t know……..55+……….
    

 

 

 

 

 

 

 

 

เขาว่ากันว่า ทุกอย่างมักมีสองด้าน..............

  

.............กุหลาบ.....สวยงาม...........แต่แหลมคม.........

 

..............หิมะ.........บริสุทธิ์...........แต่อ้างว้าง..............

 

...............ความมืด.............สงบ..............แต่เงียบเหงา.......

  

.........เช่นเดียวกันกับความรัก...........ทั้งเป็นสุข..................แต่ก็ช่าง......เจ็บปวด เหลือเกิน.........

   

 นายทำบ้าอะไรของนาย!!!!!”

...........วาจา.............ที่คอยตำหนิ............. 

พอทีเถอะนะ..........ถือว่าชั้นขอร้องก็ได้.......

 ...........วาจา.............ที่คอยหักห้าม............

 นายไม่เหงาบ้างหรอ?

............วาจา............ที่คอยเป็นห่วง.........

 งั้น........ชั้นจะอยู่ข้างๆนายเองนะ!”.

..............วาจา...............ที่ให้คำมั่นสัญญา............ 

 

...................ที่ไม่อาจเป็นจริง.......................

 

 

 

 

 

 

  ...............ขอโทษด้วยครับ..................  ............................ ว  ......   ....      ........    ล่................ ที่รัก..............    

 

 

 

 

 

 

นัยน์ตาสองสีปรือขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อน ความฝันของอดีตที่เขายังคมจมปลัก

 

สามปีแล้วสินะ.............นับจากวันนั้น...........

  

ดวงตาที่เพิ่งปรือเปิดหลับลงอีกครั้ง

 

นี่ๆๆ ทำไมที่นี่หนาวจังล่ะ

เพราะที่นี่คือโลกของผมไงล่ะครับ

แล้ว........นายชอบ.....แบบนี้หรอ?

เปล่าหรอกครับ.........

.......................ก็แค่..........ไม่มีทางเลือก........เท่านั้นล่ะครับ  

 

............เสียงใสๆ กับบทสนทนาที่แว่วเข้าใบหู.................

 

....................เสียงที่โหยหาอยู่ทุกเมื่อเชื่อยาม......................

   

หวา~  ให้ตายสิ ที่นี่เดินยากจังเลยแฮะ

.........เสียง.........ที่แสนจะคุ้นแสนคุ้น................ 

 

นัยน์ตาที่ยังคงปิด หลับลงแน่นยิ่งกว่าเดิม   ราวกับหากไม่ทำเช่นนี้ จะต้องทรมานกว่านี้มากมาย

 

 

 

 ไม่ได้.......หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้...........

 ..............ผมจะไม่มีวัน............ตัดใจจากคุณ........... 

 ........ได้อีกต่อไป............. 

 

 

นี่ๆ ทำไมหลับตาอย่างนั้นล่ะ มุคุโร่ เสียงที่แสนจะไพเราะ ยิ่งกว่าเสียงสวรรค์ใดๆ แต่ก็ทรมาน ยิ่งกว่ายาพิษชั้นเลิศใดๆเช่นกัน

 ................ปล่อยผมไปเสียเถอะ................. 

 

อะไรกัน! ชั้นอุตส่าห์มาหาถึงที่นี่ ยังจะหลับตาหนีอีกหรือไงฮะ!!!” แรงเขย่าที่แขนเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

 ..............อย่าทรมานผม.........อีกต่อไปเลย.................. 

 

เฮ้~! ไม่คิดจะลืมตาขึ้นมาเลยจริงๆหรอไงฮะ โรคุโด มุคุโร!!” และแล้วจากแรงเขย่าก็กลายเป็นแรงกระโดดทับ

 

 ............ปลดปล่อยผม............ออกจากคุกนี้ที.................... 

 

เอ้า! ลืมตาได้แล้วสินะ คราวนี้ นัยน์ตาต่างสีที่จำต้องลืมขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ และเป็นดังคาด

 

.........ตาสีน้ำตาลกลมโตสดใส ใบหน้าน่ารัก และริมฝีปากจิ้มลิ้มที่แย้มรอยยิ้มอย่างสะใจ........

 

เป็นคุณจริงๆด้วย มาอีกแล้วหรือครับ วองโกเล่ ร่างสูงแย้มรอยยิ้มตามปกติ แม้ว่าภายในใจจะร่ำร้องแค่ไหนก็ตาม

 

 .................พอซะทีเถอะ...............ผม................เกลียดความรู้สึกแบบนี้............ 

 

....................อย่าทำร้ายกันแบบนี้..............อีกต่อไปเลยนะครับ.........................   

 

นายนี่ก็จริงๆเลยนะ ทำกันได้ ร่างของผู้มาใหม่เริ่มบ่นกระปอดกระแปด ทั้งๆที่ริมฝีปากยังพาดผ่านรอยยิ้ม

ผมก็แค่กำลังพักผ่อน คุณมากวนเองนี่ครับ รอยยิ้มกวนประสาทแย้มออกมาอย่างอดไม่ได้

............ ใบหน้างดงามเริ่มมุ่ย

กำลังหลับอยู่สบายๆ อยู่ดีๆคุณก็มาโหวกเหวกให้หนวกหู

......... ใบหน้างามนั้นเริ่มขมวดคิ้ว

แถมยังมากระโดดทับ ผมอุตส่าห์ทำเป็นไม่สนใจนึกว่าคุณจะเลิก ที่ไหนได้

............. ครานี้เริ่มหงุดหงิดอย่างชัดเจน

ไม่ไหวเลยนะครับ นิสัยเสียเป็นเด็กๆเลยจริงๆ เฮ้ออออ~”

นายก็เด็กเหมือนกันนั่นแหละ!!!!” ระเบิดแตกดังโพละ........

ยังไงหรือครับ? คนโดนว่ายักคิ้ว พลางยิ้มเผล่

ก....ก.........ก็....ก็นายแอบอู้มาหลับกลางวันนี่!!!” ร่างเล็กโวยวาย อ๊ากกกกก ให้เขามาเถียงแพ้หมอนี่ เขาก็ไม่เอาด้วยนะ(ถึงจะแพ้มาประจำก็เถอะ แต่ขอชนะบ้างสิ)

ถ้าอย่างผมเรียกว่าอู้นอนกลางวัน.........อย่างคุณเรียกอะไรละครับ......

เอ๋?

ถ้าคุณดูนาฬิกาดีๆ นี่มันตีสองแล้วนะครับ วองโกเล่ รอยยิ้มยียวนกวนส้นย้อนกลับมาอีกครั้ง

หา!!! งั้นชั้นไปทำงานต่อก่อนล่ะ บอสรุ่นที่สิบแห่งวองโกเล่แฟมิลี่ลุกลี้ลุกลนกระโจนขึ้น

ครับ

แล้ว.....ห้ามอู้ล่ะ อย่าลืมนะ...........เจ้าบ้า.....ท้องนภาทำหน้ายู่ใส่ ก่อนจะหายวับไป

คึหึหึหึหึ  คนอย่างผม ไม่อู้หรอกครับ

 

 เพราะว่า.............เขาจะรับใช้เพียงท้องนภาผู้นี้เท่านั้น..........มิใช่ใครอื่น................ 

 

...............ผมขอสัญญา...............ด้วยวิญญาณนี้.............  

 

 

 

ทุกครั้งๆที่ได้สนทนากับร่างๆนั้น เขาก็จะมีความสุขขึ้นมา.........

 

แต่ทุกคราที่ร่างนั้นจางหายไป...............เขาจะต้องทนทุกข์ทรมานสาหัสนัก..........

   

เพียงเพราะว่า...........

 

คนๆนั้น..............เป็นเพียงภาพมายา............

 

ไร้ตัวตนจริง...................

 

เป็นเพียงสิ่งหลอกลวง.............

 

เป็นแค่คำโกหก....................โป้ปดกับตัวเอง......................

 

   ......ช่างน่าสมเพชนัก...........ทั้งๆที่รู้......รู้อยู่เต็มอก.........ว่าเป็นแค่ภาพลวง...........

 ........แต่ก็อดหวังไม่ได้......

.......ว่าคนที่คอยอยู่เคียงข้างทุกค่ำคืน.....

  ..........ยังอยู่ตรงนี้........

 ..........อยู่ให้ได้พบเสมอ.....

 

แม้ว่าในความเป็นจริง.........คนๆนั้น................  

 .......................จากไปไกลเสียแล้ว........................   

แต่ขอสักนิดเถอะ................ขอเพียงยามวิกาลเท่านั้น................. ที่ในโลกของเขา...............จะมีผู้เป็นที่รักยิ่ง................  

ขอแค่เพียงได้โอบกอด............ 

ขอแค่เพียงได้สัมผัส................ 

ขอแค่เพียงได้เคียงข้าง......................   

ขอแค่ได้มีคุณ................วองโกเล่ที่รักของผม...............................  

 

   

........ไม่ว่ายังไง........ผม.......ก็ยัง...........รัก...........คุณ...... 

 

 

 

 

รองเท้าหนังชั้นดีกระทบกับผืนดิน ผ่านหมู่มวลดอกไม้นานาพันธุ์ที่ถูกปลูกไว้ในที่พิเศษ

 

 ..................สุสานวองโกเล่..............   

 

แล้วร่างสูงผู้ย่างก้าวเข้ามารบกวนวิเวกแห่งสวนก็หยุดลงน่าป้ายหินที่มีสัญลักษณ์ ‘X’  มือเรียววางช่อดอกไม้สีขาวพิสุทธิ์ลงตรงหน้าแผ่นศิลา

   

............ยังคิดถึงเสมอนะครับ.....................วองโกเล่......................หลับให้สบายเถอะครับ.........

   

===================== THE END ======================

 

  ขุดฟิคเก่ามาลงกันลืมบล็อกตัวเอง ช่างเจริญจริงๆ  ฟิคเรื่องแรกค่ะ มาอ่านแล้วรุสึกว่า จุดมันช่างเยอะจริงๆว้อยยยยย~!! อ่านะ แต่คิเกียดแก้ - -*

ปล.จะทยอยเอาฟิคเก่าๆมาลงเล่นๆนะคะ แหะๆ

edit @ 11 May 2008 23:28:34 by D_Eriz